I Phuak Baa Running Gang

Overtraining หรือที่เราๆ เรียกว่า “ร่างพัง”

  


แต่พี่ขอเรียกว่า “ร่างกายต้องการปรับปรุง” จากประสพการณ์เมื่อต้นปี ที่มีอาการแบบนี้คือตอนที่ซ้อมวิ่งเพื่อ ฮาฟมาราธอน ต้องซ้อมครั้งละ 2-3 ชั่วโมง ร่างกายเกิดอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแม้แต่แรงที่จะลุกออกจากที่นอนในตอนเช้า!! ยังค่ะ ยังไม่เข็ด เที่ยวนี้ไปแข่งเทรลครั้งแรกในชีวิต #KKT25 #เขาครามเทรล2019 เวลาแค่ 5.32ชั่วโมงเองค่ะเหตุก็เกิดเหมือนเดิม สิ่งที่เราๆควรรู้และศึกษากันไว้น่ะค่ะ

อาการ Overtraining Syndrome ไม่เพียงกระทบต่อ performance ของเราเท่านั้น แต่จะส่งผลต่อระบบการนอนหลับและระบบการฟื้นฟูพลังงานของร่างกาย ทำลายระบบภูมิคุ้มกันให้อ่อนแอลง แถมสูญเสียการเจริญอาหารลงด้วย

หลังจากผ่านสนามแข่งมาหลายครั้ง ก็ต้องมีบ้างที่ผลงานไม่ตรงเป้าที่ตั้งไว้ สิ่งแรกที่เรามักทำคือ ฝึกและฝึก ฝึกพัฒนาตัวเองให้ดีกว่าเดิม มักจะเริ่มจากฝึกกล้ามเนื้ออย่างแรก ฝึกกล้ามขา แขน กล้ามเนื้อ core ให้ทดทาน ตามด้วยฝึกคาร์ดิโอให้อึดยิ่งขึ้น แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เรามักลืมคือ ฝึกพัก!!

หลายๆ ครั้งเรามักพยายามจะเอาชนะความเหนื่อยยากของการฝึก ความเมื่อยล้าของร่างกาย เพราะเราเชื่อว่าเมื่อผ่านมันมาได้เราจะแกร่งขึ้น แต่จริงๆ แล้ว ถ้าเราไม่ให้เวลาร่างกายได้มีเวลาพักฟื้น (recovery) ร่างกายของเราจะไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาวะการฝึกที่หนักหน่วงได้ ร่างกายเราจะไม่สามารถพัฒนาไปได้เร็วอย่างที่เราต้องการ ยิ่งเราละเลยการพักฟื้นมากเท่าไหร ร่างกายจะเริ่มสูญเสียความแข็งแรง ความเร็ว และสุดท้าย performance ของเราจะจมหยุดอยู่กับที่

ประสบการณ์ที่อยากจะแชร์กับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกคนจ้า

ด้วยรักและปรารถนาดี
Samon Yu Yu

Comment about the matter : Overtraining หรือที่เราๆ เรียกว่า “ร่างพัง”