I Phuak Baa Running Gang

บทที่ 3 ผลประกอบการ UTCR ระยะ 127 กม. ความสูงสะสม 5400 ม.

  


เกริ่นนำ.. หลังจากจบระยะ 66 กม. เมื่อปีที่แล้วถึงกับบอกตัวเองว่าสนามนี้ ไม่มีทางขยับขึ้นไปวิ่งระยะ 122 กม. (ระยะในขณะนั้น)แน่นอน พร้อมๆกับทำ MOU กันกับเพื่อนนักวิ่งด้วยกันอีก 3 คน…แต่สัจจะไม่มีในหมู่นักวิ่งเทรล

ป้ายยาตัวเอง

ขึ้นปีใหม่มาไม่เท่าไหร่ แต่ละสนามเริ่มทยอยประกาศรายละเอียดต่างออกมาเรื่อยๆ ชั่งใจคิดไปคิดมา เอาไงดีน้า ขยับไป 100 กม. เลยดีไหม แล้วถ้าจะขยับ ต้องเริ่มยังไง ดูไปดูมา งานของทีละก้าว แต่ละงานเขาว่างโปรแกรมได้เหมาะสมที่สุด แล้วคิดว่า UTCR มันก็เหลืออีกแค่ระยะเดียวล่ะ (ระยะ 230 กม. อย่าไปคิดถึงมันก่อน) ก็เลยเอาว่ะ งั้นเป้าหมายปีนี้ จะปิดจ้อบสนามเชียงรายให้จบๆไป…งั้นก็จัดไป

การเตรียมตัว
อย่างที่บอกในหัวข้อที่ผ่านว่าสนามของ ทีละก้าว จัดวางโปรแกรมได้ลงตัวที่สุด โดยเริ่มเตรียมตัวซ้อมมาเรื่อยๆตั้งแต่ หลังสงกรานต์ ประเมินรอบแรกที่ระยะ 62 ที่รายการ The moon ก็ถือว่าโอเคในระดับนึง ประเมินรอบที่ 2 ที่สนาม UTCM ระยะ 100 กม. กลับพังไม่เป็นท่า พกพาอาการบาดเจ็บกลับอีกต่างหาก พักให้อาการบาดเจ็บหายอยู่ประมาณร่วม 2 อาทิตย์จึงได้กลับมาซ้อมอีกครั้ง ซ้อมผ่านไป 1 อาทิตย์ ทุกอย่างกำลังจะเข้าที่เข้าทาง ดันข้อเท้าแพลงอาการหนักพอสมควร พักไปอีก 1 อาทิตย์ พอเริ่มกลับดีขึ้นก้เริ่มกลับมาซ้อมอีกรอบข้อเท้าแพลงอีก คราวนี้เรียบร้อย ต้องกลับมาพักฟื้นกันใหม่ พอเริ่มดีขึ้นพอที่จะเริ่มลงน้ำหนักเท้าได้ แล้วมีโอกาสไปเป็นสวีปเปอร์ของสนามบางวาดเทรล เลยไปทดสอบการลงน้ำหนัก การวางเท้ากันใหม่ โอเครอดกลับมาได้ โดยที่ไม่เจ็บเพิ่ม พร้อมกับบังกิ๊ฟ Griffin Griffin Yenpookao แนะนำว่าให้ไปใช้รองเท้ารุ่นเดิมโดยที่เอารองเท้ามาให้ใช้ก่อน (จ่ายตังค์เมื่อไหร่ค่อยว่ากัน) และ พี่นุช พี่สาวใจดีให้ยืมไม้โพลมาใช้เผื่อเป็นอะไรระหว่างวิ่งจะได้มีตัวช่วย (กราบขอบคุณงามๆมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ)…แต่ก็คิดในใจ มึงจะรอดเหรอว่ะ

จะไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะไปได้
ตัดข้ามวันรับ BIB ไปเลยเพราะไม่มีอะไรให้ตื่นเต้น รอบนี้เหมือนเช่นเคยตัดสินใจมานอนเอาแรงล่วงหน้าที่เชียงรายก่อน 1 คืนต้องขอบคุณพี่ตี้ ITee LittleDog Goldenfish ที่เป็นธุระจัดหาเรื่องที่พักให้อย่างดี

Start – SP1 ระยะทาง 7 กม.
ระยะทางรวม 7 กม. COT 01.00 น.
เวลา 23.00 น. ของคืนวันศุกร์เริ่มวิ่งกันท่ามกลางความมืดมิดผ่านเส้นทางที่คุ้นเคยเพื่อ SP1ทางช่วงแรกไม่ยากยังพอวิ่งได้ เลยเลือกที่จะจ้อกเบาๆ ไปก่อน ทางราบจ้อก ขึ้นเนินก็เดินเอา ช่วงนี้เก็บเวลามาตุนได้เกือบ 1 ชม.

SP1 – SP2 ระยะทาง11 กม.
ระยะทางรวม 18 กม. COT 05.15 น.
ออกจาก SP1 รอบนี้ไม่จ้อกล่ะแต่ใช้การเดินเร็วแทน เพราะเริ่มเข้าสู่เขตภูเขาลักษณะเส้นทางหลากหลายขึ้นคิดดูแล้วไม่คุ้มที่จะเสี่ยงทำเวลา ไปแบบช้าๆแต่ปลอดภัยดีกว่า ด้วยความที่ยังเป็นช่วงแรกๆ นักวิ่งส่วนใหญ่เขาจึงเลือกที่ทำเวลากัน ช่วงนั้นเลยโดนทิ้งให้เดินคนเดียวอยู่กลางป่าท่ามกลางความมืดซะเป็นส่วนใหญ่ ซักประมาณ กม. ที่ 14 หน้าแข้งต่ำแหน่งเริ่มออกอาการ แต่ยังไม่เท่าไหร่ ยังพอเดินไปได้ ช่วงนี้ยังไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น ค่อยๆเดินแต่ก็พยายามรักษาความเร็วไว้ที่เพซ 15 จนมาถึง SP2 เก็บเวลามาตุนได้เกือบๆ 2 ชม.

⏯⏯⏯ SP2 – SP3 ระยะทาง 9 กม.
ระยะทางรวม 27 กม. COT 07.30
เข้า SP2 จัด มาม่า ร้อนๆ เรียกสติไป 1 ชาม พักแข้งพักขาพอให้หายเหนื่อยก็เริ่มออกเดินทางต่อ คนเดียวเหมือนเดิม เพราะสเต็ปการรเคลื่อนที่ไม่เข้าคนอื่นเขา ปล่อยให้แป้งกับพี่ตี้ ล่วงหน้าไปก่อน ไอเราก็เดินของเราไปเรื่อยอย่างนี้ล่ะ โชคดีหน่อยที่ทางช่วงนี้เป็นทางสัญจรปกติของชาวบ้านมันเลยเดินง่าย และส่วนใหญ่เป็นทางลง ทำให้เดินได้เร็วขึ้นมาอีกหน่อยนึงแต่เร็วมากไม่ได้ไม่งั้นจะปวดหน้าแข้งขึ้นมาทันที ก็ได้แต่ประคองๆกันไป ก้อกแก้กๆ คนเดียวมืดๆไปจนถึง SP3 ทำเวลาได้ดีเกินดาด เก็บเวลามาตุนได้เป็น 2.30 ชม. เอาเว้ยเฮ้ย อย่างนี้ค่อยมีลุ้นจบหน่อย

⏯⏯⏯ SP3 – SP4 ระยะทาง 7 กม.
ระยะทางรวม 34 กม. COT 10.00 น.
เข้า SP3 เหมือนเดิม เจอแป้งกับพี่ตี้นังพักสบายใจเฉิบอยุ่เหมือนเดิม แถมพี่บ่าวด้วยอีกคน จุดนี้ไม่ัพักนาน เติมน้ำเสร็จแล้วออกเลยพร้อมแป้งกับพี่ตี้ แต่รอบนี้ดูเหมือน 2 คนนั้นจะโดนความง่วงเข้าจู่โจม โดยเฉพาะแป้ง สะโหลสะเหลทีเดียว ก็เลยได้จับกลุ่มกันมา 3 คน ทางช่วงนี้ก็ยังง่ายๆ ไม่ได้ยากมากมาย เดินเล่นกันไปเรื่อยๆถึง SP4 เก็บเวลามาตุนได้เป็น 3 ชม…แหม่มันช่างดีจริงๆ

⏯⏯⏯ SP4 – SP5 ระยะทาง 8 กม.
ระยะทางรวม 42 กม. COT 12.30 น.
ที่ SP4 แป้งขอพัก งีบ 15 นาที จัดไปเพื่อน เราก็ได้พักแข้งพักขากับเขาบ้าง พี่บ่าวตามมาทันพอดี ครบ 15 นาที ปลุกแป้งให้เตรียมตัวไปต่อ เดินไต่ความสูงขึ้นไปหน่อยนึง แล้วก็เดินลง คนอื่นวิ่งลงกันไปตัวปลิวเชียว ส่วนไอเราก็ค่อยๆก้าวค่อยๆย่างลงไป เน้นปลอดภัยไว้ก่อน ซักพัก ฝนฟ้าเจ้ากรรมก็ดันตกลงมา คิดในใจ ดีๆจะได้ไม่ร้อน แต่ที่ไหนได้ เจอทางดินช่วงขาขึ้น งานงอก เลยที่นี้ เละตุ้มเป้ะ โคลนติดรองเท้าหนักโคตรๆ แต่ทางขึ้นเราถนัด ไอที่ทิ้งเรามาตอนขาลง ตามขึ้นมาเก็บได้หมดทุกคน ก็เลยได้ร่วมกลุ่มเดินขึ้นไปเหมือนเดิมหนีกันไม่ขาด ทางก็ไกล เนินก็ชัน ทางก็เละ หนักเอาเรื่องเลย แต่สิ่งได้ตอบแทนมาคือ วิวทิวทัศน์ สวยเว่อร์วังอลังการมาก ค่อยๆกระดึ้บๆ จนถึงหมู่บ้าน ซึ่งในกราฟบอกว่า SP5 อยุ่ที่ กม. ที่ 42 ดูนาฬิกา ก็นี้ไงตรงกันทุกคน 42 กม. แล้วไหน SP5 มันแอบอยู่ตรงไหน จะเดินไปข้างหน้า ก็เจอคนสวนลงมาว่าข้างหน้าก็ไม่มี SP5 แล้วไงเอาไงต่อดี ยืนมึนอยู่ซักพัก เลยตัดสินใจว่า งั้นไปตาม ป้ายไปตามริบบิ้นนี้ล่ะ ในเมื่อตรงนี้มันไม่มี เดินขึ้นแบบเละๆกันต่อทางก็ช้านนนนชัน ซักพักเจอตากล้องบอกว่าเดินขึ้นไปอีกพี่ เด้วจะเจอ SP5 อยู่ข้างหน้าสุดท้ายเจอ SP5 ที่ กม. 46 โน้นเลย รอบนี้เก็บเวลาเพิ่มมาไม่ได้ ยังตุนเวลาไว้ได้แค่ 3 ชม. เหมือนเดิม

⏯⏯⏯ SP5 – SP6 ระยะทาง 13 กม.
ระยะทางรวม 55 กม. COT 17.30 น.
SP5 เหนื่อย กินข้าวกินมาม่าไปพร้อมกับบ่นกับเจ้าหน้าที่ประจำจุดไป บอก ถ้าจะขยับกันอย่างๆนี้ตาย ตายอย่างเดียว บ่นไปกินไปจนสาแก่ใจ ถึงตรงนี้เริ่มใช้ยาแก้ปวดเข้ามาช่วยเพราะตรงหน้าแข้งเริ่มตึบๆขึ้นมา เสร็จสรรพก็เตรียมตัวไปต่อรอบนี้คือ ขึ้นมาเท่าไหร่ก็ลงไปเท่านั้น แต่ทางลงมันทั้งชันทั้งเละทั้งลื่น ถ้าสภาพร่างกายโอเคมันก็พอไปได้ทำเวลาได้ แต่เรากำลังเดี้ยงนี้ซิ ก็เลยต้องค่อยๆย่องค่อยๆย่างลงไปเสียเวลาหนักกว่าเดิมอีกประเด็นสำคัญคือถ้าลงชันๆนาน หน้าแข้งส่งสัญญาณทันที เจ็บตึบๆ ขึ้นมาทันที กว่าลงไปจนสุด ทรมานมาก พอลงไปจนทางราบ เจอไอน้องแน้ต นอนขึ้นอืดอยู่ในกระท่อมริมธาร แหม่บรรยากาศเว้ย เอาซะหน่อย บอกแน้ต ขอ 10 นาทีค่อยไป เอนหลังไปแป้บเดียว คนที่ลงตามมาที่หลังเริ่มตามมาทันพี่ตี้กับแนนเหมือยจะบู้ตเครื่องติดขึ้นนำทิ้งหายไปเลย รอบนี้ขึ้นอย่างเดียวไม่ชันมากแต่ขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ทีนี้แดดเริ่มมา พอแดดมาก็หมดสภาพเลยงานนี้ เดิน 20 ม. หยุดพักทีนึง ครบ 1 กม. ก็หาทำเลที่ร่มนั่งพักจริงจังทีนึง ไม่ไหวแดดร้อนเกิน อย่างนี้ไปเรื่อยๆ ไปจนถึง SP6 ไม่สามารถเก็บเวลามาตุนเพิ่มได้

⏯⏯⏯ SP6 – SP7 ระยะทาง 11 กม.
ระยะทางรวม 66 กม. COT 21.15 น.
ถึง SP6 ไม่ได้อะไรมาก นั่งกินน้ำขนมนิดหน่อย ซักพักแป้งกับพี่บ่าวตามมาทัน ส่วนแน๊ตขอตัวล่วงหน้าไปก่อน พอหายเหนื่อยก็ชวนแป้งกับพี่บ่าวไปต่อดีกว่า รอบนี้ขึ้นยาวๆไปเรื่อยอีก 6 กม. พี่บ่าวกับแป้งเหมือนจะเร่งไม่ขึ้นเลยจำใจทิ้งไปก่อน แต่อยู่ดีๆไอน้องแน้ตดันโผล่ตามมา ทีไหนได้พวกแอบแว้บไปงีบทางทางมา ก็เลยได้โอกาสเดินเกาะกัน 2 คน ช่วงขาขึ้นไมเท่าไหร่ เพราเดินขึ้นไปตามถนนคอนกรีตเลยเดินง่ายสบายๆ แต่ขาลงนี้นี้ลงทางดินเละๆ รกๆ ก็ค่อยๆเดินตามกันไป จนทะลุป่าออกมาจะใกล้ถึงหมู่บ้านที่เป็นจุด SP7 แน้ตมันขอตัวไปก่อนเพราะข้างหน้าเป็น Drop bag มันอยากมีเวลาตรงนั้นนานๆ ก็ปล่อยมันไป ไอเราวิ่งไม่ได้ก็ค่อยเดินไปล่ะกัน จนถึง SP7 เก็บเวลามาตุนเพิ่มไม่ได้

⏯⏯⏯ SP7 – SP8 ระยะทาง 9 กม.
ระยะทางรวม 75 กม. COT 00.00 น.
ที่ SP7 อยู่กันพร้อมตากันทุกคน แต่ละคนอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อกันเรียบร้อยหมดล่ะ ไอเราเข้าหลังชาวบ้านเขาก็เลยต้องรีบจัดการตัวเอง ชาร์ตแบตนาฬิกา เปลี่ยนเสื้อ เปลี่ยนถ่านไฟเฮดแล้มป์ กินข้าว เติมน้ำ ตรงจุดนี้ตั้งใจไว้ว่าจะพักนานหน่อย แต่เห็นพี่ตี้กับพี่เบิร์ดกำลังจะออกกัน ก็เลยออกบ้างดีกว่าเพราะเราเคลื่อนที่ช้ากว่าคนอื่นถ้าฉุกเฉินขึ้นมาตายสถานเดียว ทางช่วงแรก เป็นถนนคอนกรีตลงไปยาวๆ พี่ตี้กับพี่เบิร์ดลงลิ่วตัวปลิ่วหายไปในพริบตา ส่วนเราก็ค่อยกระดึ้บตามลงไปเหมือนเดิม พอฟ้าเริ่มมืดก็เดินมืดๆไปคนเดียวอย่างนั้น ลงไปจนสุดเจอทางดินเรียบๆ เดินๆไปเรื่อยๆ ก็นักวิ่งชาวมาเลย์กำลังยืนมึนมืดๆอยู่คนเดียว คุยกันพอสื่อสารได้ว่า ตรงไปข้างหน้ามันหาริบบิ้นไม่เจอ ไอเราคิดในใจเอาแล้ว หลงล่ะมั้งเนี้ย ตรงนั้นมีสะพาน มีร่องรอยคนผ่านข้ามไป แต่ทางก็ไม่ได้เละมาก ไม่น่าใช่ มันเดินตรงไปนี้ล่ะถูกชัวร์บอกนักวิ่งมาเลย์ ยูตามไอมา ไม่หลงชัวร์ ซักพักเจอริบบิ้นแอบอยู่ในกอหญ้าเลยชี้ให้เขาดู ว่านั่นไง บอกแล้วว่าไม่หลง ก็เดินๆเงียบๆกันไป 2 คน เพราะคุยกันคนละภาษา เราหยุดเขาก็หยุดตาม ซักพักพี่ตี้กับพี่เบร์ดโผล่มาจากข้างหลังพร้อมกับแน้ต สรุปได้หลงไปทางสะพานนั่นเอง เดินเกาะกลุ่มกันซํกพัก กลุ่มนั่นเขาก็ขึ้นนำลิ่วๆหายไปไกลเลย ถึงตรงนี้พอเริ่มมืดเข้ามาก อากาศก็เริ่มจะเย็น ง่วงล่ะทีนี้ ทางก็เป็นช่วงขาขึ้นถึงจะไม่ยาก แต่มันง่วงมันล้า เลยเริ่มที่จะงอแงตัวเอง เริ่มหยุดพักถี่ขึ้น เริ่มหงุดหงิดมากขึ้น บ่นก็บ่นไปแต่ก็ค่อยๆเดินขึ้นไปเหมือนกัน จนไปถึง จุด SP7 เก็บเวลามาเพิ่มได้ 30 นาที ร่วมเป็น3.30 ชม.

⏯⏯⏯⏯ SP8 – SP9 ระยะทาง 11 กม.
ระยะทางรวม 86 กม. COT 04.00 น.
พอมาถึง SP ก็ถอดเป้น้ำออกถอดหมวกถอดไฟ แล้วล้มลงนอนเลย อย่างอื่นค่อยว่ากันของีบก่อนง่วงมาก งีบไปเกือบ 20 นาที ก็ลุกขึ้นมาเตรียมตัวจะไปต่อพร้อมกับคนอื่นๆ แต่สุดท้ายก็คนเดียวเหมือนเดิม เดินก้อกแก้กๆ คนเดียวไปในความมืดเหมือนเดิมทางช่วงแรกเหมือนจะง่ายเพราะเป็นทางเชื่อมระหว่างหมู่บ้านเดินทะลุออกมาอีก หมู่บ้านนึงนึกดีใจต้องใช่หมู่บ้านนี้แน่ๆ มาเร็วเกินดาด แต่ที่ไหนได้ริบบิ้นพาออกจากหมู่บ้านไปเรื่อยๆ เดินสบายอกสบายใจไปซักพักริบบิ้นพาเลี้ยวกลับเข้าถนนดินอีกรอบเห็นแสงไฟจาก หมู่บ้านไกลๆ คิดว่าน่าจะเป็นหมู่บ้านเป้าหมาย แต่ที่ไหนได้ริบบิ้นพาเข้าป่าลึกเข้าไปเรื่อยๆ ป่าเปลี่ยวๆ อากาศเย็นๆ เดินอยู่มืดๆคนเดียว แล้วไม่มีวี่แววว่าจะเจอที่โล่งเมื่อไหร่ เดินก็เสียวสันหลังไป ซักพักเดินออกมาเจอป่าสน คราวนี้มีลมพัดโดนใบสนเสียงดัง หวี้ดวิ้ว อีก หลุดป่าสนมาเจอถนนคอนกรีตเส้นเดิมค่อยสบายใจหน่อย ซักพักก็ลงมาเจอหมู่บ้านอีกหมู่บ้านนึง ที่เป็นจุด SP ปกติจะคิดอะไรกับเรื่องผีหรือเรื่องอะไรแบบนี้ง่ายๆ แต่ทางช่วงนั้นยอมรับเลยว่าหลอน ทั้งบรรยากาศรอบตัว ทั้งหูแว่วเสียงคนเสียงเคาะของไม้โพล แต่หันหลังกลับไปกลับไม่เจอใคร เก็บเวลาได้ 3.30 เหมือนเดิม ได้พักนานหน่อย

⏯⏯⏯ SP9 – SP10 ระยะทาง 10 กม.
ระยะทางรวม 96 กม. COT 07.00 น.
ถึง SP ปุ้บ ก็มองหาที่นอนเลยเพราะถ้าจำไม่ผิดไปถึงตรงนั้นเที่ยงคืนพอดีเลยบอกน้องประจำจุด ขอ 30 นาที แล้วปลุกด้วยแล้วหลับไปเลย พอโดนปลุกทำท่าจะลุกขึ้น ขาทั้ง 2 ขาตึงไปหมด กล้ามเนื้อโคนขาหนีบตึงจนปวดมาก เดินกระโดกกระเดกกันเลย จนเดินออกมาจาก SP อาการตึงอาการเจ็บโคนขาหนีบยังไม่ทุเลาลงตัดสินใช้ยาแก้ปวดกับยาแก้อักเสบเฉียบพลันเข้าช่วย ตอนนั้นอยาก DNF มาก เพราะเจ็บแล้วเคลื่อนที่ได้ช้ามาก เดินชั่งใจอยู่นานว่าจะเอาไงดี ตัดสินเอาไงเอากันว่ะ มาถึงขั้นนี้ล่ะ ขอลองอีกหน่อยถ้าไปถึง SP หน้าอาการไม่ดีขึ้นขอ DNF ตรงนั้นล่ะ งั้นไปต่อค่อยๆเดินไป ซํกพักเริ่มหายเจ็บ เอาว่ะ สู้กันซักตั้ง โชคดีที่ทางช่วงนี้ถึงจะขึ้นๆลงๆ แต่ทางไม่ยากยังพอไปได้ แต่ริบบิ้นช่วงนี้ห่างเหลือเกินต้องสังเกตุดีๆไม่งั้นมีหลง ถูๆไถๆมาจนถึง SP10 จนได้พร้อมเวลา 3.30 ชม.ในมือเหมือนเดิม

⏯⏯⏯ SP10 – SP11 ระยะทาง 6 กม.
ระยะทางรวม 102 กม. COT 08.30 น.
มาถึงตรงนี้จากที่จะ DNF กลายเป็นมั่นใจว่าจบแน่นอน นั่งพักกินน้ำกินท่าแป้บเดียวก็ออกเลย เพราะช่วงนี้จะเป็นทางลงยาว 6 กม. ฟังเหมือนจะยาก แต่เสียเวลามาก ้เพราะทางส่วนใหญ่เป็นทางน้ำไหลโดนน้ำกัดเซาะเป็นร่องๆจนแทบจะไม่มีที่ให้วางเท้าเลย ถ้าในสถาพร่างกายปกติก็จะไม่ค่อยเท้าไหร่ แต่ด้วยสภาพที่เจ็บไปหมดทั้งขา ไหนจะระแวงข้อเท้าแพลงอีก จบเลยที่นี้ เสียเวลานานมากกว่าลงไปสุด เวลาโดนลบไปเหลือ 2.30 ชม. ซะอย่างนั้น

⏯⏯⏯ SP11 – Finishline ระยะทาง 21 กม.
ระยะทางรวม 124 กม. COT 15.00 น.
SP11 คือน้ำตกขุนกรณ์ที่เราคุ้นเคย ระยะหลังจากนี้ทั้งหมดผ่านนับครั้งนี้ด้วยก้จะเป็นรอบที่ 3 ดังนั้นนึกสภาพต่างๆออกมาได้หมดเส้นทางไม่ได้ยากเกินขึ้นดอยมด กับดอยช้างหน่อยก็หมดล่ะ ที่เหลือก็ไม่มีอะไร ที่ต้องต่อสู้จริงๆคือความร้อนของแสงแดดกับอาการเจ็บของขาทั้ง 2 ขา อาการเหนื่อยล้าของร่างกาย ทั้งหมดนนี้จึงทำให้ระยะ 21 กม. ที่เหลือจึงใช้แผนประคองเผื่อให้จบ เดินช้าลง พักถี่ขึ้น แล้วกัดฟันสู้กับแดดตอนกลางวันใน 2 กม. สุดท้าย เดินเข้าเส้นชัยเหมือนทุกๆครั้งที่ผ่าน

⏹⏹⏹ ใช้เวลาไปทั้ง 36 ชม. 54 น. 44 วิ.

จบภาระกิจพิชิต 100 กม. แรกในชีวิตนักวิ่งอย่างเป็นทางการ

ทุกสิ่งๆทุกอย่างๆเหมือนได้ยกออกจากอก หมดสิ้นกันซักทีหลังจากฟาดฟันกันตลอดระยะเวลาเกือบ 37 ชม. ในสภาพร่างกายที่ไม่ปกติ…ยอม

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกความมีเมตตา ทุกความเอื้อเผื่อแผ่ที่ทำให้ผมทำภาระกิจนี้ได้สำเร็จ …

✔️✔️✔️ Solution แต่ละคนต่างไปตามแผนการวิ่ง วิธีคิดระหว่างวิ่งของแต่ละคน หาของตัวเองให้เจอ หาไม่เจอก็ทดสอบไปเรื่อยๆ เอาเริ่มต้นด้วยการเลียนแบบคนนั้นคนนี้ แต่สุดท้าย เชื่อเถอะ มันจะมีที่เหมาะกับเรา ที่เป็นตัวของตัวเราเองอยู่…หาตัวเองให้เจอ ….Cr. ลุงเบ้นซ์แห่งบ้าน Dnf6+

sarapee son

Comment about the matter : บทที่ 3 ผลประกอบการ UTCR ระยะ 127 กม. ความสูงสะสม 5400 ม.