I Phuak Baa Running Gang

รีวิว วิ่งเทรลผาดำ เล่นเกือบช้ำเลยงานนี้

  


แรกที่ได้ยินชื่อ ผาดำเทรล คำถามแรกในใจ ที่ไหน คำถามต่อมา มีระยะเท่าไหร่ ถัดมา, ทางสวยมั้ย, ใครจัด, วัตถุประสงค์ในการจัด…บลา บลา บลา… ได้คำตอบทั้งหมด ตัดสินใจอย่างไม่ลังเลว่า “อยากไป”

งานวิ่ง : ผาดำเทรล (Phadam Trail)
ระยะ : 44Km.(PDT44)
สถานที่ : อ่างเก็บน้ำคลองจำไหร อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา

วาร์ปมาถึงวันที่ 5 ตค. วันลงทะเบียนรับbib ผมแว้นมอร์เตอร์ไซค์มาจากหาดใหญ่ มาถึงงาน กวาดตามองตัวงานโดยรวม เห็นศาลาอาคารเล็กๆ น่าจะเป็นที่ลงทะเบียน Staff มีน้อยคน คงดูวุ่นวายกับการประสานงานกันอยู่ รอรับบิบ+Race kit (พรก ช้อน แก้วน้ำไม้ไผ่ เก๋มาก) พร้อมแจ้งชื่อที่จองเต็นท์เอาไว้ ได้คำตอบว่าเต็นท์ที่จองไว้ตอนนี้ไม่มีแล้ว ที่ยืมไว้ทางทหารมีความจำเป็นต้องใช้ด่วน จำเป็นต้องย้ายไปนอนวัด อืม… บางทีเรื่องแบบนี้ถ้ารู้แล้วแจ้งล่วงหน้าในเพจไว้ก็ดีนะครับ คนที่จองเต็นท์จะได้เตรียมตัวทัน ในกรณีบางคนที่ไม่สามารถนอนวัดได้ ส่วนผมนอนได้หมด ขอให้มีส้วมก็พอ

หันไปถามกิ๊ฟ ว่าจองที่พักที่ไหนเอาไว้ จะขอตามไปนอนด้วย โชคดีที่มีห้องว่างเหลืออยู่ห้องสุดท้าย จองครับ อย่างน้อยก็คงได้นอนสบาย พักผ่อนเต็มที่ มีห้องน้ำส่วนตัว ห่างจากที่แข่งประมาณ 10 กม.

เย้ สบายใจแระมีที่นอน งั้นเราไปกินข้าว (ฟรีโดยผู้จัด)นั่งฟังดนตรีสดในงานกันดีกว่า อยากบอกว่าบรรยากาศยามเย็นที่ริมอ่างเก็บน้ำ ช่างดีงาม นั่งกินข้าวฟังดนตรีสด นี่ถ้าไม่ติดว่าพรุ่งนี้ต้องวิ่ง คงหาเครื่องดื่มแล้วนั่งกันไปยาวๆ…. อิอิ

6 ตค. ตัดมาวันแข่ง ตรวจ อุปกรณ์บังคับกันตั้งแต่ตี 4 นักวิ่งระยะ 44กม.มาเตรียมรอที่จะเริ่มปล่อยตัวตอน ตี5 นับจำนวนคร่าวๆน่าจะประมาณ ร้อยกว่าคน ซุ้มปล่อยตัวสร้างขึ้นอย่างเรียบง่าย(มาก)จนมีแอบคิดไปว่า ตั้งใจจะให้เป็นแบบนี้หรือยังสร้างไม่เสร็จ ฮาาา (โปรดดูภาพประกอบ)

ตี5ตรง ยัง ยัง ยังไม่ปล่อยตัวเนื่องจาก ฝ่ายเส้นทางรายงานมาว่า ริบบิ้นบางส่วนหาย ขอเวลาแก้ไข 5นาที ในใจคิด คงไม่ทำให้หลงมั้ง …. หึหึ ไม่กิน 10 นาทีเสียงแตรดังขึ้น เป็นสัญญาณถึงการเริ่มต้น ผมออกตัวเป็นคนสุดท้ายเช่นเคย(ปกติออกท้ายสุดเกือบทุกงาน) ออกท้ายแล้วค่อยไปแซงเก็บเอาข้างหน้า ตามแนวทางม้าตีนปลาย ตามที่ตั้งใจไว้ รายการนี้ขอใช้เวลา 6-7 ชั่วโมง เป็นการทดสอบการซ้อมไปในตัว เส้นทาง 4กม.แรกเป็นทางลูกรังเรียบๆ เลาะไปตามขอบอ่างเก็บน้ำ เข้าป่าละเมาะ กม.5 เอาแล้ว ลงน้ำจุดแรกเป็นร่องน้ำเล็กๆที่ไม่สามารถกระโดดผ่านไปได้ จัดไป เปียกแรกครึ่งแข้ง (โปรดดูรูปประกอบ)มาอีก 300เมตร เจอข้ามทางน้ำ เปียกครั้งที่สอง เครื่องเริ่มติดไล่แซง มาถึงสี่แยก กม.6 ดูซ้าย ดูขวา ไม่มีป้ายบอก แต่เห็นริบบิ้นทางซ้ายไกลๆ ตัดสินใจเลี้ยวซ้ายตามทาง เห็นนักวิ่งกลุ่มแนวหน้าอยู่ไกลๆ ออกมาเจอถนนคอนกรีต หันซ้าย หันขวา ไม่มีป้ายบอก แต่เห็นนักวิ่งกลุ่มนำ ยืนงงกันอยู่ประมาณ 5-6 คน แอ๊ะ เกิดอะไรขึ้น เข้าไปถาม ได้ความว่า พวกเรากำลังมาผิดทาง แล้วคนที่มาก่อนพวกเราหล่ะเค้าไปทางไหน ได้ความว่า ไม่มี ที่เห็นนี่แหละคือกลุ่มนำ Top 10 เฮ้ย!!! นักวิ่งกลุ่มกลางเริ่มตามมาสมทบเกือบ 20คน เอาไงดี งั้นต้องรอ Staff แล้วลองโทรเบอร์ฉุกเฉินตามใน BiB ดู พี่คนที่โทรไปบอกว่า หมายเลขนี้ถูกระงับใช้บริการ อ้าวเฮ้ย… งั้นผมลองโทรหาทีมงานดูพอดีได้เบอร์มา โทรติด สรุปเดี๋ยวจะแจ้ง Sweeper ให้ รอกันนานเกือบ 15 นาที Sweeper.มาถึง สรุปว่าป้ายบอกทางตรงแยก กม.ที่ 6 โดนปลด เราหลงมาประมาณ 1.5กิโล กับเวลาที่เสียไปอีก 15 นาที ทางที่เราไปมันคือทางขากลับ นักวิ่งสายโพเดี้ยมคงมีอาการเซ็ง จากอันดับแนวหน้าตอนนี้น่าจะตกอยู่แถวกลาง-ท้าย
ไม่เป็นไร เอาใหม่แค่ กม.6 ระยะทางยังอีกไกล

จาก กม.7 เป็นทางเลาะไปตามสวนยาง เจออีก 1 แยก หาป้ายบอกทางไม่เจอ แต่เห็นริบบิ้นไกลๆ วิ่งไปถึง กม.10 เจอสามแยกทางลาดยาง เห็นป้ายชี้ไปทางขวา กับเห็นริบบิ้นที่อยู่ทางซ้าย เอาไงดี งั้นเชื่อป้ายบอกทางดีกว่า ไปตามทางในสวนยาง เขียวร่มรื่นสดชื่น ประมาณ 4 กม.เจอนักวิ่งข้างหน้ายืนรวมกันอยู่ประมาณ 40คน (โปรดดูรูปประกอบ)ในใจคิด เกิดอะไรอีกแล้ว อ้าวเฮ้ย…. หลงอีกแล้ว เส้นทางมันวนกลับมาเจอ สี่แยก กม.6 ที่หลงครั้งแรก สุดท้ายต้องเดินกลับไปยัง แยก กม.10ที่หลงมาอีก 3 กิโกว่า ยังไม่ทันไร หลงไป 8 กิโลแล้ว เฮ้อ

ระหว่างที่ต้องเดินกลับมาที่แยก กม.10 หลายคนเลือกที่จะเดิน เดินด้วยอารมณ์ละเหี่ยใจ เสียงบ่นแกมด่าเชิงติเตียนผู้จัดออกมาจากปากนักวิ่ง ข่าวนักวิ่งแนวหน้า 3 คนเลือกที่จะ DNF ผมเข้าใจอารมณ์นี้เลย “เมื่อเป้าหมายไม่สำเร็จ ก็ไม่ฝืน” กลับมาที่เป้าหมายตัวเองกันดีกว่า ตั้งเป้าไว้ว่าจบบ่ายโมง คงเป็นไปไม่ได้แล้ว ต้องกลับมาตั้ง mindset ของตัวเองใหม่ Restart เครื่องใหม่ ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป เริ่มใหม่ วิ่งให้สนุก มีความสุข ช้าหรือเร็วไม่ใช่สำคัญแล้ว เมื่อเปลี่ยนความคิด ชีวิตก็เปลี่ยน เริ่มกลับเข้าโหมดวิ่งอีกครั้ง

ตอนนี้ตัวเลข กิโลในนาฬิกากับตัวเลขระยะทางตามแผนที่เส้นทาง เป็นคนละตัวกันแล้ว ตัวเลขในนาฬิกาเกิน(หลง)มา +8กิโล เส้นทางหลังจากนี้คือทางที่ไป Food court เป็นเนินซึมแต่ยาวเข้าเขตป่าผาดำ ช่วงนี้เดินๆวิ่งๆ เจอมุมสวยๆหยุดถ่ายรูป ไปเรื่อยๆไม่รีบ ระยะตรงนี้ประมาณ 8กิโล ผ่านป่า เส้นทางสวยร่มรื่นและแล้วก็ถึง Food court จนได้ เย้….. กรูได้กินข้าวแล้วว้อย 24กิโลรวมที่หลงไป กว่าจะได้กินข้าว…. โคตรหิวเลย

ไม่พูดพร่ำทำเพลงหยิบพรก(ภาษาใต้เรียกกะลา)ที่พกมาจากเป้น้ำ จ้วงข้าวหมกใส่พรก หยิบชิ้นไก่ กระชากไข่เจียวจากถาด อย่างผู้หิวโซ ทองหยอด แตงโม เดี๋ยวกินเสร็จแล้วเจอกัน…. 555 เดินลงไปกินในลำธารอย่างสวยๆ ตักข้าวเข้าปากคำแรก อืมมม… ข้าวหมกดิบจร้า เอาเถอะ “กินเพื่ออยู่” ค่อยไปตดเอาในป่า สรุป กินเกลี้ยง ไม่ต้องบรรยายว่าหิวแค่ไหน ข้าวดิบยังกินหมด กินทุกอย่างที่ขวางหน้าเสร็จ เติมน้ำเต็มอัตรา เพราะเส้นทางหลังจากนี้คือป่าดิบ ไม่มีจุดเติมน้ำ ป่าผาดำคือไฮไลท์ของเส้นทาง PDT44 เดินมากับนักวิ่งอีก 4คน ตามหลังผมมาอีก1 (ซวยแล้วน้องเอ๋ย) เดินมายังไม่ทันถึง 200 เมตร ข้าวหมกดิบเริ่งแผลงฤทธิ์ ลมแรกก็ถูกปล่อยผ่านทางหูรูดแบบมีเสียงเบาๆนี่ขนาดอั้นไว้แล้วนะ สงสารน้องข้างหลังจัง ไปอีก 100เมตร เริ่มมาอีกแล้ว ผมเร่งความเร็วให้ห่างจากน้องข้างหลังให้มากพอที่ไม่ได้รับเสียงและกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ จนน้องเค้าคงตกใจ ทำไมอยู่ๆมาเร่งความเร็วเอาตอนขึ้นเขา…. ปู๊ด ป๊าดดด คราวนี้ขอระบายแบบเต็มแรง ทั้งเสียงทั้งกลิ่น มาเต็ม เหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก โล่งเลย

เส้นทางช่วงนี้มีความดิบ ป่าสมบูรณ์ ไม่ใช่ทางที่คนทั่วไปใช้สัญจร รู้สึกชอบเลย (ให้ภาพบรรยาย) ตัดผ่านลำธาร ตัดไปตัดมานับได้ไม่ต่ำกว่าสิบ เป็นงานที่ลุยน้ำเยอะที่สุดในชีวิต แต่สดชื่นมาก ดิบดี #ดิบกว่านี้ก็กินสดแล้วหล่ะ รู้สึกเหมือนตัวเองได้มาเดินป่ามากกว่ามาวิ่งเทรล ระหว่างทางริบบิ้นมีไม่ขาดสาย มีป้ายบอกทาง มีเจ้าหน้าที่เฝ้าประจำจุด ทำให้วิ่งอย่างรู้สึกปลอดภัย อันนี้ขอชื่นชม เคลื่อนตัวมาเรื่อยๆถึงเขตน้ำตกผาดำชั้นล่างก่อนที่จะเข้าโหมดปีนป่าย ขอแช่น้ำตกให้หนำใจก่อนนะ ไหนๆก็ขอใช้เวลาให้คุ้มไปเลย

เข้าสู่โหมดปีนป่าย ปีนจริงๆนะไม่ได้พูดเล่น (โปรดดูรูปประกอบ) อย่างที่บอกความรู้สึกเหมือนตัวเองได้มาเดินป่ามากกว่า เพราะเป็นทางเดินป่าจริงๆ สายเดินป่าถูกใจสิ่งนี้ ดิบชนิดที่ว่า ถ้าไม่เห็นริบบิ้นก็คงคิดว่าตัวเองหลงป่าแน่ๆ เพราะไม่มีทางเดินเลย ขึ้นไปเรื่อยๆเลียบทางน้ำตกผาดำที่ไหลผ่านหน้าผาสูงประมาณตึก 5 ชั้น (น้ำตกสวยมาก) ปีนขึ้นไปต่อ ทางชันมากชนิดที่เรียกว่า หน้าแทบจูบหิน มองตรงๆ ก็จะเจอแค่ ส้นตีนของคนข้างหน้า (ให้ภาพบรรยาย) ไต่มาถึงจุดสูงสุดของเส้นทาง เป็นต้นทางของน้ำตก ผมขอเรียกว่าหลังคาผาดำ วิวสวยมาก มองออกไปไกลเห็นผืนป่าสมบูรณ์ ยืนถ่ายรูป แช่น้ำอยู่ตรงนี้เกือบ 20นาที

สู่ขากลับ เข้าโหมด Downhill ทีแรกก็คิดว่า จะทำเวลาได้ แต่ด้วยความที่ฝนตก ทำให้ดินเป็นโคลนลื่นมาก+ความชันเข้าไปอีก ทำให้กลายเป็นทางสไลเดอร์ดีดีนี่เอง พยายามค่อยๆเคลื่อนตัวลง เน้นความปลอดภัยเป็นหลัก เพราะถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมาในป่าดิบแบบนี้คงไม่สนุกแน่ เส้นทางเปียกแฉะลื่นตลอดทาง จนถึง Food court อีกครั้ง… ไม่พูดพร่ำทำเพลง หยิบพรกกับช้อนออกมา จ้วงข้าว(คราวนี้ขอข้าวขาว) คว้าไข่เจียว เดินลงไปกินในน้ำ(อีกแล้ว) แต่คราวนี้รู้สึกพิเศษคือ มีความคันยุบยิบตรงขาหนีบด้านใน จากประสบการณ์เดินป่ามา นี่คือ ทากุซังแน่นอน เราก็กินข้าวต่อ ไม่สนใจปล่อยให้มันกินจนอิ่มเดี๋ยวมันก็จากไปเอง ขอแค่อย่ามากัดถึงน้องชายเราก็พอ 555 (สรุปกลับถึงห้องพักโดนไป3จุดที่ข้างขาหนีบด้านใน) กินข้าวเสร็จ ไปต่อ เส้นทางหลังจากนี้ถึงเส้นชัยประมาณ 14กิโล กับทางที่ไม่ชันแล้ว ในใจคิดเราน่าจะทำเวลาได้ แต่ความจริง ไม่เลย เพราะเป็นทาง ดินเละ ลื่น ตลอดเส้นทาง ต้องค่อยๆเดิน แบบจิกเท้าเกร็งขาจนตะคริวเริ่มตอดทักทาย ทำให้ต้องหยุดเป็นระยะ (ให้ภาพบรรยาย)
จนเริ่มออกมาจากเขตป่า เข้าเขตสวนยางของชาวบ้าน ผ่านกลับทางเดิมที่เคยหลง ภาพจำตอนหลงลอยมาติดตา ป้ายบอกทางใบนั้น ริบบิ้นจุดนั้น แยกนั้น จำจนตาย

4กิโลสุดท้ายกลับมาทางเดิมเลาะอ่างเก็บน้ำผ่านทุ่งหญ้าในใจคิด เมื่อไหร่จะถึง นี่ก็ปาเข้า กม.ที่ 50+ แล้ว…. กัดฟันวิ่งเข้าสู่เส้นชัย เฮ้ออ สิ้นเวรสิ้นกรรมกันซะที RD มายืนต้อนรับแจกเหรียญด้วยตัวเอง

สรุปเข้าเส้นชัยตอน 16.25 น. เวลาCutoff 17.00น. ใช้เวลาอย่างคุ้มเลย 555

ภาพรวมของผาดำเทรล (PhadamTrail)
… ในทัศนะส่วนตัว ผมเห็นถึงความพยายามของทีมงานทุกคนที่จะทำให้มันออกมาดีที่สุด อาจจะติดขัดเรื่องการประสานงานไปบ้าง ทำให้ภาพรวมของงานไม่ค่อยลื่นไหล อาจจะเป็นการรวมทีมทำงานเป็นครั้งแรก ขอให้นำไปปรับปรุงในครั้งหน้า….

… ของที่ระลึก ทุกอย่างดีงาม ทั้งถ้วยกะลา แก้วน้ำไม้ไผ่ ถุงกระดาษโชคดีกางเกง Finisher หมวกFinisher ผ้าขาวม้า เห็นถึงความใส่ใจคิด มีความคิดสร้างสรรค์ ชอบเลย

… เส้นทาง PDT44 ธรรมชาติสวยงามทำความเร็วได้ ไฮไลท์ คือการได้ขึ้นไปน้ำตกผาดำ ไปชมธรรมชาติของป่าต้นน้ำที่ยังสมบูรณ์มากๆ ต่อให้แลกมาด้วยการปีนป่ายอันตราย สำหรับผมถือว่าคุ้มค่า อันนี้ขอชื่นชม RD ในการตัดสินใจเลือกเส้นทางนี้
…ข้อเสนอแนะ…
ชุดป้ายบอกทางในช่วง 17 กิโลแรก บางจุดหาย อันนี้ด้วยสาเหตุใดก็ไม่อาจรู้ได้ เอาจริงๆจากประสบการณ์ที่ผมวิ่งมา เรื่องริบบิ้นหาย ป้ายบอกทางหาย โดนดึง ตกหล่น มองไม่เห็น มันเกิดขึ้นกับทุกสนามจนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว มันเป็นสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุม

…ทางแก้คือ ทุกๆทางร่วมทางแยกควรจำเป็นที่ต้องมี มาร์แชล ประจำอยู่คอยบอกทาง ถึงแม้ป้ายจะสูญหาย แต่เมื่อมีคนบอกทางประจำอยู่ยังไงก็ไม่หลง

ป้ายบอกทางควรมีบอกว่าคือขาไปหรือขากลับ ในกรณีที่ ทั้งขาไปและกลับใช้ทางร่วมทางแยกเดียวกัน

ควรมีไฟล์ GPX.ให้นักกีฬาได้โหลดเก็บเอาไว้ ยุคนี้ถึงใครไม่มีนาฬิกา GPS แต่ทุกคนมี Smart Phone.กัน มีApp ที่สามารถดูแผนที่ ไฟล์GPX โดยไม่จำเป็นต้องมีสัญญาณ Internet เป็นการช่วยไม่ให้เกิดเหตุการณ์หลงอีกทางหนึ่ง #ติเพื่อก่อ ขอเป็นอีกหนึ่งข้อเสนอแนะนะครับ

แอ๊ะ แอ๊ะ….อยากรู้ใช่มั้ยว่า วิ่งไปทั้งหมดกี่กิโล ใครที่เล่นเกมส์ทายผลชิงรางวัลกางเกง Finisherเอาไว้ ขอเฉลยเลยว่า…. พรานเอ็มวิ่งไปทั้งหมด 52.47 กิโลเมตร ย้ำอีกครั้ง 52.47 หลงไป 8.47 กิโลเมตร…..

..สุดท้ายขอขอบคุณผู้จัด ที่ทำให้ภาคใต้มีเทรลในเส้นทางสวยๆเกิดขึ้น เห็นถึงความตั้งใจของทีมงาน
ผิดพลาดไปบ้าง เป็นเรื่องปกติ เก็บเอามาแก้ไขปรับปรุง เพื่อสิ่งที่ดีกว่า…. เป็นกำลังใจให้ครับ
เพื่อ PhadamTrail2020

#PhadamTrail
#ผาดำเทรล
#PDT44
#เทรลปักษ์ใต้
#ป่าใต้ได้ใจพี่
#PhukettrailLover

Comment about the matter : รีวิว วิ่งเทรลผาดำ เล่นเกือบช้ำเลยงานนี้