I Phuak Baa Running Gang

การฝึกซ้อมแบบผิดๆ ที่นักวิ่งมือใหม่มักจะทำโดยเข้าใจผิด

  

1. ซ้อมหนัก และเร่งตัวเองเกินไป
การวิ่ง ถือเป็นสิ่งที่ใช้ร่างกายหนักพอสมควร ซึ่งการที่จะวิ่งให้ได้ผลดีนั้นทุกอย่างต้องสอดคล้องไปพร้อมๆ กัน ทั้งสภาพร่างกาย การวอร์มอัพที่ถูกต้อง การกำหนดแผนซ้อมที่เหมาะสมกับตัวเรา รวมถึงการวอร์มอัพ คูลดาวน์ และการพักผ่อน
นักวิ่งหลายคนมุ่งเป้าไปที่ความต้องการที่จะพัฒนาขึ้นเร็วๆ จนทำให้เร่งรีบซ้อมหนักหรือเร่งรัดตัวเองมากไป อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บ ซึ่งทำให้การพัฒนาของนักวิ่งหยุดชะงัก นั่นไม่เป็นผลดีอย่างแน่นอน

สิ่งที่นักวิ่งควรทำก็คือ ซ้อมอย่างต่อเนื่อง ตามสภาพที่ร่างกายไหว และจัดวันพักให้ร่างกายได้ฟื้นฟู จะทำให้มีพัฒนาการที่ดีกว่าการเร่งรีบฝึกซ้อมเอาเป็นเอาตายแน่นอน

2. โฟกัสแต่เรื่องความเร็ว
แน่นอนว่านักวิ่งสายแข่งขัน ย่อมฝึกซ้อมหนักเพื่อจะทำเวลาในการแข่งให้เร็วขึ้น จะได้มีผลงานและสถิติที่ดีขึ้น นักวิ่งจึงโฟกัสไปที่การฝึกซ้อมเพื่อเพิ่มความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่การซ้อมวิ่งเร็วนั้นไม่ได้เหมาะกับทุกสภาพที่เราเจอ ส่วนใหญ่ถ้าเป็นในช่วงอากาศร้อน การฝึกวิ่งเร็วนั้นทำให้เราเหนื่อยได้ง่ายกว่าในวันธรรมดา ถ้าสภาพพื้นที่ฝึกไม่เอื้ออำนวย การวิ่งเร็วของเราก็จะทำได้ไม่ต่อเนื่อง จริงๆแล้วหากคุณฝึกซ้อมอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ ผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือการวิ่งที่เร็วขึ้นอย่างที่คุณต้องการนั่นเอง

3. พักไม่เพียงพอในช่วงฟื้นฟูร่างกาย
ต่อให้คุณจะอึดมากแค่ไหน ก็ย่อมต้องมีวันที่พักผ่อนฟื้นฟูร่างกายบ้าง ไม่ว่าจะเป็นพักจากการซ้อมหนัก หรือพักฟื้นหลังเพิ่งผ่านงานวิ่งมาหมาดๆ บางคนเห็นเพื่อนที่ไปวิ่งมาด้วยกัน พักแค่วันสองวันก็ออกมาซ้อมวิ่งต่อได้แล้ว ก็เลยอยากจะทำบ้าง ต้องขอบอกก่อนว่าร่างกายของแต่ละคนมีความอึดไม่เท่ากันนะคะ ด้วยปัจจัยหลายๆอย่างที่แตกต่างกันในเรื่องการฟื้นฟูร่างกาย อายุที่เพิ่มมากขึ้นก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นหลัก นักวิ่งที่อายุมากขึ้นจะใช้เวลาพักฟื้นฟูมากกว่าเดิม

อย่างไรก็ดี ให้ลองสังเกตร่างกายของเราเองค่ะ ถ้าระหว่างซ้อม ระบบการหายใจยังไม่เป็นปกติ รู้สึกไม่สบายตัว หรือทำผลงานได้ต่ำลง ก็ไม่ควรฝืนซ้อมต่อค่ะ

4. เพิ่มระยะทางลงแข่งเร็วเกินไป
อีกหนึ่งเป้าหมายของหลายๆคน ก็คือการวิ่งฟูลมาราธอนให้ได้เร็วที่สุด ถ้าคุณวิ่งระยะฮาล์ฟได้แบบสบายๆ ก็ไม่ผิดที่คุณจะวางแผนว่าครั้งต่อไปจะลงวิ่งฟูลมาราธอน แต่อย่าลืมว่าระยะทางมันเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ซึ่งคุณไม่ควรเร่งตัวเองมากนัก ค่อยๆ ฝึกซ้อมเพิ่มระยะทีละน้อย อาจต้องใช้เวลาหลายเดือน แต่ก็คุ้มค่ากว่ามาก

5. จัดการซ้อมหลังฟื้นตัวจากการบาดเจ็บไม่ถูกต้อง
อาการบาดเจ็บของนักกีฬา ถ้าเจ็บในแต่ละครั้งแล้วไม่ได้รับการฟื้นฟูที่ถูกต้อง ถ้ายังไม่หายดีแต่ก็มาซ้อมเต็มที่อีก มันจะกลายเป็นอาการเจ็บสะสม ซึ่งไม่ส่งผลดีในระยะยาวอย่างแน่นอน

การพักรักษาตัวและฝึกซ้อมแบบไม่หนักยามที่รอฟื้นฟูจากอาการบาดเจ็บนั้นเป็นเรื่องสำคัญ การรีบเร่งไม่ใช่เรื่องดี รอให้สภาพร่างกายสมบูรณ์ก่อนค่อยกลับมาซ้อมเต็มที่จะดีกว่า ดังนั้นต้องคอยจัดโปรแกรมฝึกซ้อมให้เหมาะสมด้วยนะคะ

ลองดูนะคะ แล้วจะทำให้เพื่อนๆ วิ่งได้สนุกขึ้น

เครดิต เพจ mice

Comment about the matter : การฝึกซ้อมแบบผิดๆ ที่นักวิ่งมือใหม่มักจะทำโดยเข้าใจผิด